POST PRODUCTION

POST PRODUCTION

Telecine
television + cinema การเปลี่ยนสัญญาณจากฟิล์มเป็นสัญญาณภาพโทรทัศน์ สามารถนำลงformat ต่างๆได้ตามเลือกเช่น เทปdv หรือ dvd เปรียบเทียบง่ายๆเหมือนถ่ายภาพจากกล้องฟิล์มแล้วเอามาสแกนลงคอมพ์เป็นรูป format jpg เป็นต้น

วิธีก็คือ เอาฟิล์มผ่านหัวยิงแสง มีจอรับภาพ(ccd) แล้วเอาสัญญาณที่เป็น vdo (แม่เหล็กไฟฟ้า) มาปรับสี แสง เปลี่ยน frame แล้วบันทึกเทป

SOUND
Sound effect
เสียงประกอบที่ไม่เหมือนจริง เช่น เสียงดาบฟันกันใน star wars เสียง foley
เสียง ที่ควรจะมีอยู่ในฉากต่างๆ ที่เป็นเสียงจริงแต่ไปใส่ภายหลัง เช่น เสียงคนเดิน เสียงฝนตกส่วนมากเสียงที่อยู่ในหนังจะนำมาทำใหม่ทั้งหมด เช่นฝนตก อาจนำเม็ดกรวดมาเทลงบนสังกะสี

-ในหนัง apocalypse now มีฉากที่พัดลมหมุนติ้วๆอยู่ ฉากนั้นเอาเสียงใบพัดของ ฮอ มาใส่ สื่อความหมายถึงสงคราม                                                                                                                                    -เวลาไปอัดอาจใช้กล้องdv ไปอัดเพราะมันเป็น stereo อยู่แล้ว คือมี 2channel หรือดีกว่านั้นใช้ mic boom ของคณะ (shortgun)
Ambience
คือ เสียงบรรยากาศในสถานที่ต่าง ๆ เช่นในป่าตอนกลางคืนก็จะต้องมีเสียงจิ้งหรีดเรไร หรือเสียงความวุ่นวายของสภาพการจราจรในเมือง หรือเสียงของกลุ่ม ในงานเลี้ยง,งานแต่งงาน,ภัตตาคาร,ร้านอาหาร ก็จะมีเสียงต่างกัน หรือเสียงสภาพบรรยากาศของห้อง แต่ละห้องก็จะไม่เหมือนกัน

Final Mix
คือ ขั้นตอนการผสมเสียงที่มีทั้งหมดเข้าด้วยกันทั้ง Dialog,Effect และ Music ให้กลมกลืนเข้ากับภาพมากที่สุด หรือเราเรียกว่าการ Balance เสียง ผู้ที่ทำหน้าที่นี้ก็คือ Re-Recording Mixer ที่จะทำการ Balance ตามความต้องการของผู้กำกับ ลงในระบบเสียงต่างๆซึ่งมีดังนี้

ADR
Auto Dialogue Replacement – การพากษ์เสียงทับบทสนทนาด้วยตัวนักแสดงเอง ต่างจากการทำ dumbling คือไม่ต้องนำนักแสดงคนเดิมมาพากษ์ เช่นในหนังไทยสมัยก่อน                          ตัดต่อ
capture ภาพที่ได้มาใส่เครื่องคอมพ์เป็น take แบ่ง takeให้เรียบร้อย ถ้ามีsoundต้องซิงค์เสียงคือให้ภาพกับเสียงตรงกันเพราะเวลาอัดแยกกันมา เครื่องมือในการจับซิงค์คือไม้เสลดแล้วฟังเสียงว่าอันไหน takeเดียวกัน เฟรมแรกของภาพคือตอนที่เสลดชน

เรื่องในเชิงเทคนิค
-จาก นั้นเอาภาพที่ตัดแล้วไปพิมพ์ film โดยเอาภาพที่ตัดแล้วในcompไปเทียบเพื่อตัด negative ตามที่ตัดใน vdo จากนั้นได้หนังที่เป็น negative ตั้งแต่ภาพแรกจนถึงภาพสุดท้าย แล้วเอา negative ไปปรินท์เป็น positive อีกทีจึงจะฉายได้                                                                                               – IP (inter positive) เอา positive มาพิมพ์
– IN (Inter Negative) เอา negative ที่ตัดแล้วมาพิมพ์เป็น positive
-ข้อมูลเสียงทั้งหมดถูกพิมพ์อยู่บนฟิล์ม นอกจากนี้ยังมีสัญญาณ optical sound ฟิล์ม 35มม ต้องมีเสียงเป็น stereo อยู่แล้วเป็น optic
– workprint = ปรับสี (RGB)
-Release Print = งานที่เสร็จพร้อมฉาย พิมพ์มาพร้อม optical track เพื่อใส่เครื่องฉายหนัง

ใส่ความเห็น

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / เปลี่ยนแปลง )

Connecting to %s